เขากางเขนของชาวลิทัวเนีย

ขึ้นชื่อว่า “เขากางเขน” แล้วแน่นอนว่าต้องมีไม้กางเขนจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว เขากางเขนนี้ได้มีตำนาน เล่าว่า ชายคนหนึ่งมีลูกสาวจะหายจากเจ็บไข้ หลังจาก ตื่นนอนเขานำไม้กางเขนอันหนึ่งไปสักการะพร้อมทั้งอธิฐาน ปรากฏว่าลูกสาวหายจากการเจ็บป่วยราวปาฎิหาริย์ ทำให้ผู้คนที่ทราบเรื่องต่างนำไม้กางเขนมาบูชาสักการะ พร้อมกับอธิฐานขอพรของตน และแน่นอนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาสักการะได้สร้างปาฎิหาริย์ยาวนานจนถึงปัจจุบัน

 

เซนทราเลีย เมืองแห่งหมอกควัน

หากนึกภาพของหนังสยองขวัญเรื่อง Silent Hill ออกเราจะเห็นภาพเมืองเซนทราเลียได้โดยไม่ต้องหาข้อมูลอะไรเพิ่มอีกเดิมมีผู้คนอยู่ปกติ แต่ต่อมาได้มีเหตุการณ์ไฟไหม้ ในเดือนพฤษภาคมปี 1962 สาเหตุมาจากการจุดไฟเผาขยะในบ่อของเหมืองที่อยู่ใต้ดินแล้วไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพราะไฟติดถ่านหินและลุกลามจนไหม้พื้นที่ใต้ดินของชาวบ้านไปทั่วเมืองจนถึงปัจจุบัน ความร้างของเหมืองเซนทราเลียนี้กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายความหลอนคละคลุ้งทั่วทั้งเมือง เนื่องจากสภาพเมืองยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันจาง ๆ นั่นเอง

 

เกาะโพเวกเลีย

สาเหตุที่ “เกาะโพเวกเลีย” ถูกเรียกว่าเกาะผีดุ เป็นเพราะในช่วงศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการแพร่ระบาดเชื้อกาฬโรค บนเรือ 2 ลำ ว่ากันมีผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคบนเกาะเป็นจำนวนกว่า 160,000 คน ซึ่งความสยดสยองยังไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ เพราะต่อมาในปี 1922 อาคารที่เคยเป็นศูนย์ ตรวจสุขภาพนั้นได้ถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้มีอาการทางประสาทและเปิดดำเนินการจนถึงปี 1968 โดยมีข่าวลือว่าการรักษาผุ้ป่วยทางจิตในสมัยนั้นเต็มไปด้วยวิธีโหดร้าย ต่าง ๆ นานา แม้แต่เรื่องมือที่ใช้ในการรักษาก็ยังคงมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บนเกาะนี้ในปัจจุบัน

เมืองสยองผีหลอนสุดสุด

         เกาะตุ๊กตา

         เกาะตุ๊กตาทางตอนใต้ของเม็กซิโกที่ว่านี้เป็นเกาะที่มีตุ๊กตารูปร่างไม่สมประกอบแขวนอยู่ทั่วมุมเกาะ ตำนานเล่าว่าเรื่องจากมีเด็กผู้หญิงเสียชีวิตในคลองเมื่อประมา 50 ปีที่แล้ว ศพถูกพบโดยดอน จูเลียน นักบวชที่อาศัยบนเกาะนี้ เขาถูกวิญญาณของเด็กผู้หญิงตามหลอกหลอน เขาจึงนำตุ๊กตาที่พบบริเวณศพของเธอมาแขวนไว้ ต่อมามีผู้คนมาเที่ยวและนำตุ๊กตามาแขวนบ้าง ซึ่งเขาก็ไม่พอใจอย่างมาก หลังจากนั้นมีคนพบศพเขาเสียชีวิตตรงแอ่งน้ำบริเวณเดียวกับเด็กผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง

         สุสานยิวเก่า

         ขึ้นชื่อว่าสุสานแล้ว หลายๆคนคงจะนึกถึงป่าช้าบ้านราอย่างแน่นอน แต่สุสานยิวเก่าที่ว่านี้ เป็นสุสานที่ใช้สำพิธีฝังศพเก่าแก่แต่โบราณมาตั้งแต่ปี 1439-1787 เกือบ 4 ศตวรรษเลยเชียว!! โดยพื้นที่ที่เล็กนิดเดียวนี้มีศพฝังไว้มากกว่า 100,000 ศพ และมีหลุมฝังศพมากกว่า 12,000 หลุม ทำให้ต้องแบ่งชั้นฝังลงไปมากถึง 12 ชั้น แน่นอนว่าเรื่องความเฮี้ยนของสุสานนี้คงน่ากลัวไม่น้อยไปกว่าสุสานที่ไทยแน่นอน แค่บรรยากาศโดยรอบเวลามองเข้าไปก็ชวนขนหัวลุกแล้ว

          เกาะฮาชิมะ

 

          ความเฮี้ยนของเกาะนี้เกิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์แรงงานชาวจีนและเกาหลีใต้ที่เป็นเชลยมาทำงาในเหมือง มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากเนื่องจากถูกใช้แรงงานอย่างหนัก นี่ไม่รวมที่กระโดดลงทะเลเพื่อฆ่าตัวตายนะ!! และนี่เองคือสาเหตุว่าทำไมเกาะฮาชิมะแห่งนี้น่ากลัวมาก และดูท้าทายความอยากรู้อยากลองจากกลุ่มคนที่ชอบล่าท้าผี แน่นอนว่าคงมีวิญญาณจำนวนมากมองคุณอยู่ทั่วมุมเกาะทันทีที่คุณมีโอกาสได้ไปเยือนอย่างไม่ต้องสงสัย ท้ายที่สุดเหมืองถ่านหินนี้ ถูกปิดตัวลงในปี 2517 เพราะพลังงานจากถ่านหินไม่จำเป็นกับญี่ปุ่นอีกต่อไป