Uncategorized

ตลาดเมืองโกเดสเซวา

 

ตลาดเมืองโกเดสเซวา

           หากใครอยากจับถือลัทธิหมอผีวูดูจนอยากได้อุปกรณ์มาทำไสยศาสตร์ ขอแนะนำตลาดอะโกเดสเซวา (Akodessewa) ประเทศโตโก ได้เลย เพราะตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไสยศาสตร์ เช่น กระโหลดวัว-ควาย หัวลิงและหัวเสือดาว เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเหมาะกับพวกหลงใหลกับไสยศาสตร์แล้ว ยังเหมาะกับพวกที่ชอบสิ่งลึกลับอีกด้วย

 

โรงพยาบาลทหารแห่งเยอรมนี

ครึ่งหนึ่งอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เคยถูกนำตัวไปรักษาที่โรงยาบอลทหาร Beelitz หลังจากโดนยิงในสงคราม Sommer ซึ่งปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ถูกปล่อยไว้ให้รกร้างไร้การดูแล จากสถานที่ที่เคยช่วยเหลือคน กลับกลายมเป็นสถานที่สุดสยอง และจนปัจจุบันยังคงมีตำนานกล่าวขานถึงความน่ากลัวของวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ทั่วมุมของโรงพยาบาลที่มีทั้งเสียงลากเท้าบริเวณทางเดิน เสียงกรีดร้องโหยหวนที่เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ ณ โรงพยาบาลแห่งนี้

 

เมืองเฮลล์ทาวน์

             หลังจากที่รัฐบาลได้การซื้อที่คืน ทำให้ประชาชนเมืองเฮลล์ทาวน์ในรัฐโอไฮโอต้องย้ายกันออกไปจากเมือง ซึ่งรัฐบาลได้วางแผนเอาไว้ว่าจะรื้อบ้านเมืองและเปลี่ยนมาเป็นอุทยานแห่งชาติ ทว่าแผนการถูกระงับไป เมืองนี้จึงถูกปล่อยล้างไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปนับตั้งแต่แผนการถูกระงับ แต่ถูกกล่าวขานกันว่าเมืองแห่งนี้ผีดุและเฮี้ยนที่สุดในละแวกนั้น

 สุสานใต้ดินปารีส

 

 

สุสานใต้ดินปารีสแห่งกรุงปารีสตั้งอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นลักษณะของสุสานที่ทำเป็นอุโมงค์ใต้ดิน มีความลึกประมาณ 20 เมตรจากผิวถนน ซึ่งเป็นที่เก็บโครงกระดูกของมนุษย์มากกว่า 6 ล้านคน เหตุเพราะในอดีตกรุงปารีสมีความเจริญก้าวหน้าและการขยายตัวของประชากรอย่างรวมเร็ว ที่อยู่อาศัยจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชร ทางการต้องการให้มีพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น จึงให้สร้างสุสานไว้ใต้ดิน อีกทั้งยังมีการล้างป่าช้าในปรุงปารีสแล้วนำเอาโครงกระดูกที่เหลือจากซากศพไปเก็บไว้ในอุโมงค์ใต้ดินด้วย

ต่อมาสุสานใต้ดินที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกแห่งนี้ได้มีการก่อตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะและได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงให้กับผู้คนนี่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม พื้นที่ในอุโมงค์นี้จะแบ่งออกเป็นสัดส่วน แบ่งเป็นส่วนของสุสานกับส่วนที่ให้เยี่ยมชมอย่างชัดเจน บรรยากาศภายในอุโมงค์นั้นจะคล้ายๆกับถ้ำ ผนังอุโมงค์เป็นสีน้ำตาล ความสูงภายในอุโมงค์จะมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน และแต่ละช่วงทางเดินในอุโมงค์ก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันด้วย ทั้งยังมีบรรยากาศทั่วไปที่เย็นยะเยือกแสงสว่างค่อนข้างน้อย

สิ่งที่ทำให้รู้สึกน่ากลัวชวนขนลุกก็คงหนีไม่พ้นชิ้นส่วนโครงกระดูกมากมายนับไม่ถ้วนที่วางเรียงรายอยู่ในพิพิธภัณฑ์ โดยการจัดแสดงนั้นมีการนำกระดูกมนุษย์มาวางเรียงหลากหลายรูปแบบ นอกจากโครงกระดูดที่จัดแสดงแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือเรื่องเล่าชวนขนชุกขนพองในถานที่แห่งนี้ เพรามีผู้ที่มาเยี่ยมชมเคยเล่าว่า เขาได้ยินเสียงแปลกๆ ขณะที่ชมพิพิธภัณฑ์ หรือมีบางอย่างที่สามารถเคลื่อนไหวเองได้ซึ่งหลายๆคนเชื่อว่าน่าจะมาจากวิญญาณของโครงกระดูกในสุสานเก่งแห่งนี้นั่นเอง

ชอนยอ ผีสาวผมยาว

 

ชอนยอเป็นผีสาวตามตำนานของประเทศเกาหลีที่ตายไปพร้อมกับความอับอายที่ยังเป็นสาวพรมจรรย์ นางจึงวนเวีนยอยู่รอบๆตัวครอบครัวและเพื่อนๆ ของนาง คนเกาหลีเขาว่าชอนยอเป็นผู้หญิงผมยาว หน้าซีดเป็นต้มไก่ และใส่ชุดฮัมบกสีขาว สิ่งที่สยองที่สุดเกี่ยวกับนางคือเลือดสีแดงสดที่ค่อยๆหยดติ๋งๆ ลงมาจากมุมปากของนาง บรึ๋ยยยย… ชอนยอชอบตามหลอกหลอกคู่แต่งงานใหหม่ นางจะนำโรคภัยไข้เจ็บและอุบัตติเหตุสารพัดมาทำลายชีวิตคู่แต่งงานมนุษย์ ทางเดียวที่จะกำจังนางออกไปให้พ้นจากชีวิตคือต้องทำพิธีขับไล่วิญญาณ หรืออีกทางคือจะต้องจับนางแต่งงานกับผีหหนุ่มโสดเท่านี้นางก็จะได้ไปสู่สุคติแล้ว เพราะผีโสดอย่างชอนยอนั้นจะได้เป็นสุขก็ต้อเมื่อได้พบคู่ครองที่นางไม่เคยมีเมื่อครั้งหนุ่งในชีวิต การกำจัดนางออกไปอาจจะดูยุ่งยากซักนิด แต่ก็น่าจะคุ้มกับการเอาเรื่องหลอนๆ ออกไปจากชีวิตแถมยังได้บุญช่วยส่งเสริมผีสาวโสดอีกด้วยนะ

 

          โกดามะ เทพพิทักษ์ต้นไม้

ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็ต้องมีเทพพิทักษ์คอยปกป้องกันทั้งนั้น ชาวญี่ปุ่นเองก็มีความชื่อว่าต้นไม้บางชนิดที่มีอายุมาแล้วก็มักจะมีโกดามะอาศัยอยู่ ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับเทพตนนี้ในแต่ละที่ไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าโกดามะเหมือนต้นไม่ทั่วไป แค่มีพลังวิเศษที่เอาไว้สาปคนที่มาตัดต้นไม้ให้พบกับโชคร้าย บางคนก็บอกว่าโกดามะเป็นเทพพิทักษ์ภูเขาที่สามารถแปลงเป็นอะไรก็ได้ จะแปลงร่างเป็นมนุษย์เมื่อตกหลุมรัก ชาวญี่ปุ่นถือความเชื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงจังถึงขนาดที่ว่าต้องขออนุญาตโกดามะก่อนตัดต้นไม้เลยทีเดียว แต่ถึงโกดามะจะเป็นเทพที่หน้าตาไม่น่ากลัวเหมือนปีศาจตัวอื่นๆแต่ว่าก็มีเรื่องเล่าหลอนๆอยู่เหมือนกันนะ หึๆ อย่างตอนกลางคืนบางคืนก็มีคนหูแว่วได้ยินเป็นเสียดรีดร้องของโกดามะที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ที่โดนตัดไปแล้วนั้นเอง…

โบสถ์แห่งกระดูก

โบสถ์แห่งกระดูก

ชื่อของโบสถ์แห่งนี้อาจดูแปลก เพราโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้น จากโครงกระดูกของนักบวชมากกว่า 5,000 คน ในศตวรรษที่ 16 โดยท่านบาทหลวงฟรานซิสกัน ซึ่งในตำนานลูกชายโบยตี ก่อนเธอจะตายจึงได้ทำการสาปแช่งวิญญาณของสามีและลูกของเธอลงนรก แม้แต่พื้นพสุธาก็ไม่ยินดีรับร่างไว้พอสามีและลูกของเธอตายจึงไม่สามารถฝังศพได้ ชาวบ้านจึงนำไปห้อยแขวนกับผนังวิหารแทน ลองคิดภาพตามดูสิว่ามันจะน่ากลัวและสยดสยองแค่ไหนที่ทั่วทั้งโบสถ์มีแต่โครงกระดูกไม่แน่ว่าวิญญาณของสองพ่อลูกนั้นอาจยังคงวนเวียนต้องรับนักท่องเที่ยวอยู่ก็เป็นได้

ป่าอาโอกิฮาระ (ป่าฆ่าตัวตาย)

ณ ริมภูเขาไฟฟูจิ ป่าอาโอกิกาฮาระเป็นป่าที่ มีผู้คนนิยมมาจบชีวิตจำนวนมาก รองจากสะพานโกลเดนเกต ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในป่าบอกว่า เหตุผลแท้จริงนั้นมิอาจทราบสาเหตุได้ แม้ปัจจุบันป่าอาโอกิกาฮาระจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากพื้นที่อุดมสมบูรณ์ หากแต่เวลามีผู้คนเข้าไปยังป่าแห่งนี้กลับรู้สึกมีสายตาจ้องมองอยู่ตลอดเวลา บรื๋อ…!! น่าขนลุกจริง ๆ

สะพานสุสารสุนัข

สะพาน Overtoun Bridge เป็นสะพานโค้งสร้างในปี 1859 ในมิลตัว , ดัมบาร์ดันสกอตแลนด์ ความสยดสยองของสถานที่แห่งนี้เป็นที่เล่าลือเพราะมีสนัขจำนวนมากมากระโดดฆ่าตัวตายที่สะพานแห่งนี้เป็นประจำในปี 2537 ชายคนหนึ่ง

ชื่อเควิน มอย ได้โยนลูกชายของตัวเองตกลงไปตายจากนั้นก็กระโดดฆ่าตัวตายตามทำให้เชื่อกันว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขราว ๆ 600 กว่าตัวมาฆ่า ตัวตายที่สะพานแห่งนี้นั้นเอง

เขากางเขนของชาวลิทัวเนีย

ขึ้นชื่อว่า “เขากางเขน” แล้วแน่นอนว่าต้องมีไม้กางเขนจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว เขากางเขนนี้ได้มีตำนาน เล่าว่า ชายคนหนึ่งมีลูกสาวจะหายจากเจ็บไข้ หลังจาก ตื่นนอนเขานำไม้กางเขนอันหนึ่งไปสักการะพร้อมทั้งอธิฐาน ปรากฏว่าลูกสาวหายจากการเจ็บป่วยราวปาฎิหาริย์ ทำให้ผู้คนที่ทราบเรื่องต่างนำไม้กางเขนมาบูชาสักการะ พร้อมกับอธิฐานขอพรของตน และแน่นอนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาสักการะได้สร้างปาฎิหาริย์ยาวนานจนถึงปัจจุบัน

 

เซนทราเลีย เมืองแห่งหมอกควัน

หากนึกภาพของหนังสยองขวัญเรื่อง Silent Hill ออกเราจะเห็นภาพเมืองเซนทราเลียได้โดยไม่ต้องหาข้อมูลอะไรเพิ่มอีกเดิมมีผู้คนอยู่ปกติ แต่ต่อมาได้มีเหตุการณ์ไฟไหม้ ในเดือนพฤษภาคมปี 1962 สาเหตุมาจากการจุดไฟเผาขยะในบ่อของเหมืองที่อยู่ใต้ดินแล้วไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เพราะไฟติดถ่านหินและลุกลามจนไหม้พื้นที่ใต้ดินของชาวบ้านไปทั่วเมืองจนถึงปัจจุบัน ความร้างของเหมืองเซนทราเลียนี้กลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายความหลอนคละคลุ้งทั่วทั้งเมือง เนื่องจากสภาพเมืองยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันจาง ๆ นั่นเอง

 

เกาะโพเวกเลีย

สาเหตุที่ “เกาะโพเวกเลีย” ถูกเรียกว่าเกาะผีดุ เป็นเพราะในช่วงศตวรรษที่ 18 เริ่มมีการแพร่ระบาดเชื้อกาฬโรค บนเรือ 2 ลำ ว่ากันมีผู้เสียชีวิตจากกาฬโรคบนเกาะเป็นจำนวนกว่า 160,000 คน ซึ่งความสยดสยองยังไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ เพราะต่อมาในปี 1922 อาคารที่เคยเป็นศูนย์ ตรวจสุขภาพนั้นได้ถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้มีอาการทางประสาทและเปิดดำเนินการจนถึงปี 1968 โดยมีข่าวลือว่าการรักษาผุ้ป่วยทางจิตในสมัยนั้นเต็มไปด้วยวิธีโหดร้าย ต่าง ๆ นานา แม้แต่เรื่องมือที่ใช้ในการรักษาก็ยังคงมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บนเกาะนี้ในปัจจุบัน

เมืองสยองผีหลอนสุดสุด

         เกาะตุ๊กตา

         เกาะตุ๊กตาทางตอนใต้ของเม็กซิโกที่ว่านี้เป็นเกาะที่มีตุ๊กตารูปร่างไม่สมประกอบแขวนอยู่ทั่วมุมเกาะ ตำนานเล่าว่าเรื่องจากมีเด็กผู้หญิงเสียชีวิตในคลองเมื่อประมา 50 ปีที่แล้ว ศพถูกพบโดยดอน จูเลียน นักบวชที่อาศัยบนเกาะนี้ เขาถูกวิญญาณของเด็กผู้หญิงตามหลอกหลอน เขาจึงนำตุ๊กตาที่พบบริเวณศพของเธอมาแขวนไว้ ต่อมามีผู้คนมาเที่ยวและนำตุ๊กตามาแขวนบ้าง ซึ่งเขาก็ไม่พอใจอย่างมาก หลังจากนั้นมีคนพบศพเขาเสียชีวิตตรงแอ่งน้ำบริเวณเดียวกับเด็กผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง

         สุสานยิวเก่า

         ขึ้นชื่อว่าสุสานแล้ว หลายๆคนคงจะนึกถึงป่าช้าบ้านราอย่างแน่นอน แต่สุสานยิวเก่าที่ว่านี้ เป็นสุสานที่ใช้สำพิธีฝังศพเก่าแก่แต่โบราณมาตั้งแต่ปี 1439-1787 เกือบ 4 ศตวรรษเลยเชียว!! โดยพื้นที่ที่เล็กนิดเดียวนี้มีศพฝังไว้มากกว่า 100,000 ศพ และมีหลุมฝังศพมากกว่า 12,000 หลุม ทำให้ต้องแบ่งชั้นฝังลงไปมากถึง 12 ชั้น แน่นอนว่าเรื่องความเฮี้ยนของสุสานนี้คงน่ากลัวไม่น้อยไปกว่าสุสานที่ไทยแน่นอน แค่บรรยากาศโดยรอบเวลามองเข้าไปก็ชวนขนหัวลุกแล้ว

          เกาะฮาชิมะ

 

          ความเฮี้ยนของเกาะนี้เกิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์แรงงานชาวจีนและเกาหลีใต้ที่เป็นเชลยมาทำงาในเหมือง มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากเนื่องจากถูกใช้แรงงานอย่างหนัก นี่ไม่รวมที่กระโดดลงทะเลเพื่อฆ่าตัวตายนะ!! และนี่เองคือสาเหตุว่าทำไมเกาะฮาชิมะแห่งนี้น่ากลัวมาก และดูท้าทายความอยากรู้อยากลองจากกลุ่มคนที่ชอบล่าท้าผี แน่นอนว่าคงมีวิญญาณจำนวนมากมองคุณอยู่ทั่วมุมเกาะทันทีที่คุณมีโอกาสได้ไปเยือนอย่างไม่ต้องสงสัย ท้ายที่สุดเหมืองถ่านหินนี้ ถูกปิดตัวลงในปี 2517 เพราะพลังงานจากถ่านหินไม่จำเป็นกับญี่ปุ่นอีกต่อไป